FITSPO ประจำสัปดาห์: สาวฮอตประจำเดือนนี้: ‘เมย์ - ศธัญกร ตั้งบุญเอื้อ’ อินฟลูสาย ‘Healthy’ ชั้นนำของเมืองไทย

สาวฮอตประจำเดือนนี้: ‘เมย์ - ศธัญกร ตั้งบุญเอื้อ’ อินฟลูสาย ‘Healthy’ ชั้นนำของเมืองไทย
FITSPO | March 16, 2024

โปรเจ็คท์ ‘Fitspo’ มีแนวคิดมาจากการต้องการขยายคำจำกัดในนิยามของความหมาย ‘Fit Inspiration’ ให้เห็นภาพจริงผ่านการใช้ ‘บุคคลต้นแบบ’ ที่มีกิจกรรมในชีวิตประจำวันเกี่ยวกับการออกกำลังกายและเล่นกีฬา ซึ่งไม่ได้จำกัดไว้ว่า ‘เขา’ หรือ ‘เธอ’ ต้องเป็นใคร? ขอเพียงแค่สมาารถสร้างแรงกระตุ้นให้กับสังคมได้ก็เพียงพอ

โดยหากจะหยิบยกตัวอย่างกีฬาสักชนิด ที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ แล้วกำลังขยายประเภทไปตามเทรนด์เหมือนกับในต่างประเทศนาทีนี้ คงไม่พ้น ‘กรีฑา’ หรือ ‘การวิ่ง’ ซึ่งในเมืองไทย หากจะเรียกความนิยมให้กับการแข่งขันรายการต่างๆ ย่อมต้องให้บุคคลที่มีแรงดึงดูดคนรอบข้างได้ มาเป็นตัวช่วยในการกระตุ้นให้เกิดกระแส

บทความนี้ทีมงาน Fitspo ได้รับเกียรติจาก ‘เมย์-ศธัญกร ตั้งบุญเอื้อ’ สาวสวยเจ้าของฉายา ‘นางฟ้านักวิ่ง’ ที่ไม่ว่าเธอจะไปปรากฎตัว ณ รายการใด สามารถเติมเอเนอร์จี้เรื่องของความสดใสให้กับผู้เข้าแข่งขันได้เสมอ มาเป็นแขกรับเชิญให้สัมภาษณ์ถึงทัศนคติของการเป็น อินฟลูเอนเซอร์สาย Healthy ชั้นนำของเมืองไทย

ประเด็นในการพูดคุยช่วงเวลาสั้นๆ แค่ราว 30 นาที ทีมงาน Fitspo ได้รับพลังบวกจากเธอในแง่มุมไหนกันบ้าง? ติดตามไปพร้อมกันได้เลย

เริ่มจากคำถามเบสิกที่ทุกรายการต้องมีเดี๋ยวไม่เป็นแพทเทิร์น ช่วยแนะนำตัวเองให้กับแฟนๆ Fitspo ได้รู้จักหน่อยครับ?

Maysathanyakorn : สวัสดีนะค้าาา…ชื่อ เมย์-ศธัญกร ตั้งบุญเอื้อ ค่ะ ปัจจุบันอ่านข่าวอยู่ NBT News เป็นข่าวกีฬา เป็นพิธีกรรายการ Young At Heart Show ทางช่อง 3 รับพิธีกรทั่วไป และเป็นอินฟลูเอนเซอร์ด้าน Healthy ค่ะ

ทราบมาว่า คุณเมย์ ทำงานมาหลายอย่างทั้ง พริตตี้, MC, ผู้ประกาศข่าว และจนมาถึงอินฟลูด้านการออกกำลังกาย ช่วยเล่าเส้นทางความเป็นมาทั้งหมดหน่อยว่าเข้าไปแต่ละวงการได้ยังไง? แล้วชอบอาชีพไหนมากสุดเพราะว่าอะไร?

 Maysathanyakorn : อ๋อ ก็สำหรับสายอาชีพแรก จริงๆ แล้ว เมย์ ทำมาหลายงานมาก เริ่มตั้งแต่ทำร้านไอศครีม ตักไอติม แล้วก็มีพี่ๆ ที่รู้จักแนะนำไปให้ทำงานอีเว้นท์ ก็ไปเป็นแบบ BA (Beauty Advisor) ในห้าง มีไปแคสติ้งงานสาย พริตตี้ ก็ค่อยๆ ไต่ระดับไปเรื่อยๆ พอได้งานเป็น MC (Master of Ceremonies) เราก็ต้องฝึกพูด

หลังจากนั้นก็ต่อยอดด้วยการได้โอกาสมาเป็น พิธีกร เกี่ยวกับรายการกีฬาทางช่อง One 31 ก็เดินหน้าสายนั้นมาตลอด ขยับไปทีละก้าว จนกระทั่งมาออกกำลังกาย เนื่องจากคอนเทนต์รายการจะออกเป็นการรีวิวฟิตเนสหรือการเล่นกีฬา เลยหันมาออกกำลังกายแบบจริงจัง แต่จริงๆ แล้วต้องบอกว่า เมย์ เป็นคนชอบออกกำลังกายอยู่แล้ว เป็นคนอยู่สุขไม่ค่อยได้ มีความแอคทีฟอยู่ตลอดเวลา อยู่โรงเรียนก็มีเล่นกีฬามาตลอด พอด้วยอาชีพเรามาทำด้านสายกีฬา เราก็ได้เห็นว่านักกีฬาอาชีพเขาออกกำลังกายกันยังไง?  อยากรู้ว่าคนนี้เขามีหุ่นแบบนี้จะปั้นยังไง? เลยศึกษาอย่างจริงจัง…

ถ้านับเป็นอาชีพ เมย์ คงชอบด้านการเป็นพิธีกรมากที่สุด เพราะว่า มันได้ฝึกทักษะหลายๆ อย่าง การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า การพูด เนื่องจากพิธีกรรายการต่างๆ มีหลายรูปแบบตามลักษณะของรายการนั้นๆ มีทั้งเป็น ทางการ, คุยทั่วไป, เป็นธรรมชาติ และ ตลก มันมีหลายสายให้เราได้ฝึกทักษะการพูดในแต่ละแบบที่ไม่เหมือนกัน หน้างานปัญหาที่เราต้องเจอก็ไม่เหมือนกันเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ค่ะ

งานทั้งหมดเกี่ยวกับการใช้หน้าตาความสวยความงาม คุณเมย์ เริ่มรู้ตัวว่าอยากสวยในช่วงวัยไหน? ตอนเด็กๆ เป็นยังไงครับ?

Maysathanyakorn : จริงๆ แล้วก็เป็นคนรักสวยรักงามตั้งแต่เด็กนะคะ แต่ในความรักสวยรักงามของ เมย์ ออกไปในแนวอยากสวยแต่ไม่ได้รู้เรื่องการดูแลตัวเองสักเท่าไหร่? อย่างยุคนี้เขาจะมีคนคอยบอกว่าต้องทาสกินแคร์ยังไง? ดูแลอาหารการกินยังไง? รวมไปถึงเรื่องของการศัลยกรรมด้วย เมย์ จะไม่ได้เป็นเวย์นั้นจะแสดงออกไปในทิศทางอื่นอย่างเช่น ต้องทำผมยังไง? เป็นแนวกว้างๆ มากกว่า มองตัวเองในวัยเด็กว่าเป็นแนวไฮบริด สายสวยด้วยลุยด้วย ไม่ได้ออกแนวคุณหนูสักเท่าไหร่ อาจเป็นเพราะเพื่อนรอบตัวเป็น ผู้ชาย เยอะด้วย กว่าจะเริ่มมาศัลยกรรมหรือว่าดูแลตัวเอง ทาสกินแคร์ ทากันแดด ก็เกือบจะเรียนจบแล้ว กันแดด มาทาตอน 20 กว่าแล้ว ไม่รู้ว่าผิวตัวเองโดนทำร้ายมาแล้วมากเท่าไหร่

ก่อนหน้านี้ คุณเมย์ เคยเล่นกีฬาชนิดไหนมาบ้าง?

Maysathanyakorn : ถ้าแค่ชอบเล่นไม่ถึงขนาดต้องเป็นอาชีพ ก็มวยอันนี้ชอบมากกกก วิ่งก็ชอบ คือ วิ่งนี่แบบ เห็นเพื่อนวิ่งตอนแรกก็คิดว่าตัวเองทําไม่ได้อยู่แล้วไม่ใช่ทางอะไรเงี้ย แต่พอไปแล้วก็ชอบ แล้วก่อนหน้านี้ที่เค้ามีเซิร์ฟสเก็ต คือ จริงจริงพวกกีฬาที่ เมย์ เลือกเล่นต้องเริ่มมาจากการมีความชอบก่อน มันต้องมีแพสชั่นกับมันก่อนในการที่จะเริ่มเล่น เพราะพอมีแพสชั่น แล้วเราจะอยากว่าเล่นยังไง? บางทีแบบยังเล่นไม่เป็นนะคะ แต่อุปกรณ์นี่จัดเต็มมาก่อนแล้ว เหมือนกับมวยที่เป็นกีฬาที่ชอบมากพอๆ กับ ‘การวิ่ง’

สาเหตุที่ชอบมวยที่เป็นกีฬาต่อสู้เพราะอะไร?

Maysathanyakorn : เพราะ มวย เป็นการออกกำลังกายที่ได้การคาร์ดิโอไปในตัว แล้วก็มันช่วยเหมือนกระตุ้นการสร้างกล้ามเนื้อไปด้วยในส่วนหนึ่งนะคะ ถ้าตามความเป็นจริงคนต่อยมวยเนี่ยจะรู้กันเลย ว่ามันเหมือนเป็นการแบบแอบได้เป็นที่ระบายอารมณ์ไปด้วยนิดนึง มันเหมือนกับการปลดปล่อยพลังนะคะ อย่าง เมย์ว่าเมย์เป็นคนเอเนอร์จี้เยอะ เมย์ รู้สึกว่าการต่อยมวยฝึกทักษะได้หลายแบบเลย ป้องกันตัวด้วย ได้แบบออกกําลังกาย ได้เบิร์นไขมันด้วย ค่อนข้างแบบตอบโจทย์สําหรับ เมย์ นะคะ สามารถนําไปใช้ป้องกันตัวได้จริง แต่ยังไม่เคยลอง ไม่ได้อยากเจอเหตุการณ์จนให้ได้ใช้ทักษะมวยจริง แต่คิดว่าก็น่าจะช่วยได้ในระดับนึงนะคะ

ในฐานะที่ชอบวิ่งด้วยสําหรับ คุณมย์ คิดยังไง? สําหรับบางคนที่เขามีคำถามเกี่ยวกับ ‘การวิ่ง’ ว่า ทําไมเราต้องจ่ายเงินเพื่อให้เราไปเหนื่อยด้วย?

Maysathanyakorn :  ถ้าแบบเป็นคนที่ไม่เคยลงก็จะไม่รู้จริงจริง เพราะว่า เมย์ ตอนแรกก็ไม่รู้ว่าเออทําไมจะต้องเสียตังค์ไปวิ่ง? แต่ถ้าได้ลองไปวิ่งแล้วเนี่ยจริงจริง กิจกรรมในงานวิ่งนอกเหนือจากการวิ่งคือมันก็ได้เป็นการแบบพบปะผู้คน คืออย่าง เมย์ บางที เมย์ จะมีแบบอาจจะทํางานคนเดียวเยอะเกินไปหรือว่าทํางานแต่ในสตูดิโอ มันอาจจะไม่ได้เจอคนมาก ถ้าไม่รวมเพื่อนนะคะ ได้ไปวิ่งเนี่ยก็ได้เจอพี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆ แบบน่ารักหลายหลายคนที่เราอาจจะไม่ได้มีโอกาสทําความรู้จัก ก็รู้จักกันจากงานวิ่ง แล้วก็กิจกรรมในงานวิ่งเนี่ยมันไม่ใช่แค่ว่าไปถึงวิ่งแล้วเสร็จเลย แบบวิ่งแล้วก็กลับบ้านเลย เค้าก็จะมีแบบ activity อื่นๆ ที่น่าสนใจแทรกอยู่เพื่อเพิ่มสีสันความสนุกให้กับงานตามบู๊ทต่างๆ เมย์ มองว่าการที่เราจ่ายเงินไป เราได้วิ่ง ได้สุขภาพ ได้คอนเนคชั่นแบบได้เจอผู้คนใหม่ๆ แล้วยังได้ผ่อนคลายไปกับบรรยากาศที่สนุก มันก็คุ้มแล้วนะ เมย์ ว่า…

เคยคิดไหมว่าประโยชน์จากการที่เราดูแลตัวเองจากการออกกำลังกาย จะทําให้เราได้งานในสายงานวงการบันเทิงมากขึ้น จนกลายเป็นอินฟลูเอนเซอร์สาย Healthy เบอร์ต้นๆ ของประเทศ?

Maysathanyakorn :ก็จริงๆ ไม่ได้คิดว่า จะมาถึงจุดนี้นะคะ แต่ว่าอย่างตอนที่ทําพวกอีเวนต์เนี่ย คือ มันก็ทําได้ ณ จุดช่วงชีวิตหนึ่ง แต่พอสักพักนึงเนี่ย เมย์ ก็เริ่มเฟดออกมาละก็ไม่ได้ทําแล้ว พอมาด้านออกกําลังกายเตรียมตัวมาดี พอมันมีงานเข้ามาเรื่อยๆมันก็คิดว่า เออหรือว่า เวย์นี้ มันเป็นทางที่ใช่ของเรา แล้วเราก็ชอบมันด้วย เรามีแพวชั่นกับมันในทุกทุกวันในทุกๆ ครั้งที่คิดงาน มันก็เลยทําให้ เมย์ คิดว่ามีทางต่อยอดไปได้ แล้วก็ทําอย่างสม่ําเสมอมาเรื่อยๆ อย่างตอน ต่อยมวย เมื่อก่อนก็ไม่มีใครต่อย ไม่มีใครอิน เมย์ โดนว่าด้วยซ้ํามีคนมองว่าแบบเป็นผู้หญิงจะมาต่อยมวยเนี่ยนะ เมย์ ก็คิดว่า แต่เมย์ชอบแล้วเมย์ว่ามันได้ประโยชน์ พอทํามาเรื่อยๆ มันก็มีคนไปต่อยมวยมากขึ้น เมย์ ก็เออดีใจนะที่อย่างน้อยแบบเราอาจจะยังไม่ได้ชำนาญหรอก แต่เราทําให้คนอื่นมีแพสชั่นในการมาร่วมกิจกรรมนี้ได้ คือมองว่า เป็นการเชิญชวนคนอื่นๆ ให้หันมาดูแลร่างกายตัวเองด้วยกันอะไรประมาณนั้น

มันจะมีอยู่ช่วงนึงที่แบบ มันก็จะเป็นเทรนด์อะเนอะ กระแสเพลงกับรูปแบบกิจกรรมฮิต แต่ละเทรนด์แต่ละช่วงมันก็ไม่เหมือนกัน สรีระคนเราก็ไม่เหมือนกัน บางคนเขาไม่กล้าออกกำลังกาย เพราะมีความคิดว่าออกไปหุ่นเขาก็ไม่ดี ต้องผอมต้องอะไรตามความเชื่อที่ถูกสร้างขึ้นมา แต่เราคิดในทางกลับกันว่า ถ้าเราสร้างแพสชั่นให้เค้าได้หรือแบบเออเรา ทำท่าออกกําลังกายเป็นตัวอย่างให้เขาเห็นผ่านช่องทางต่างๆ นอกเหนือจากหุ่นที่ดีขึ้น สุขภาพเราก็ดีขึ้นด้วย มันปรับไปถึงสภาวะอารมณ์บวกกับความคิดได้ด้วย การออกกำลังกายช่วยได้หลายเรื่องมากๆ ค่ะ