Konspiration 58 : สารคดีที่บอกว่าฟุตบอลโลก 1958 ไม่เคยเกิดขึ้นจริง?

Maruak Tanniyom

June 05, 2024 · 1 min read

Konspiration 58 : สารคดีที่บอกว่าฟุตบอลโลก 1958 ไม่เคยเกิดขึ้นจริง?
June 05, 2024

ฟุตบอลโลก ถือเป็นการแข่งขันฟุตบอลแห่งมวลมนุษยชาติ ที่ผู้คนต่างรอคอยในทุก 4 ปี ทว่าในฟุตบอลโลก 1958 ที่สวีเดน ที่ทีมชาติบราซิลผงาดคว้าแชมป์โลกสมัยแรก กลับมีคนตั้งข้อสังเกตุว่ามันไม่เคยเกิดขึ้นจริง?

ผู้ที่ออกมาจุดประเด็นในเรื่องนี้ก็คือ บรอร์ ฌาคส์ เดอ เเวร์น นักประวัติศาสตร์ชาวสวีเดน ที่ตั้งข้อสงสัยว่าฟุตบอลโลกในบ้านเกิดของเขาคือการจัดฉากที่เกิดจากการร่วมมือระหว่างสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (FIFA) และ สำนักข่าวกรองกลางสหรัฐ หรือ CIA

นอกจากนี้ทฤษฎีของเขายังได้รับความสนใจจาก โยฮันน์ ลอฟสเต็ดต์ จากค่าย Lofstedt’s Film และเป็นตัวจุดประกายในการสร้างภาพยนตร์สารคดีที่ชื่อว่า Konspiration 58 ในปี 2002 เพื่อตีแผ่ความจริงว่าฟุตบอลโลก 1958 อาจจะเป็นการลวงโลกครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์

พวกเขาเริ่มต้นด้วยการบอกว่า ฟุตบอลโลก 1958 นั้นไม่ได้จัดขึ้นที่สวีเดน แต่เป็นที่สหรัฐอเมริกา ในฐานะส่วนหนึ่งของสงครามเย็น และการโฆษณาชวนเชื่อเกี่ยวกับเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดของโลกในตอนนั้นอย่าง “โทรทัศน์”

“สหรัฐอเมริกาจำเป็นจะต้องทดสอบถึงพลังอำนาจและอิทธิพลของอุตสาหกรรมโทรทัศน์ในเวลานั้น” เดอ แวร์น กล่าว

“มันเป็นส่วนหนึ่งของสงครามเย็นที่กำลังเร่งระดับเพิ่มขึ้นในเวลานั้น ผมขอเรียกมันว่าการแย่งชิงอำนาจด้านสื่อก็แล้วกัน”

เดอ แวร์น ชี้ให้เห็นว่าแม้จะมีหลักฐานเป็นภาพถ่ายนับพันรูป แต่หลายอย่างมันไม่มีอยู่ในสวีเดน ยกตัวอย่างเช่น ตัวอาคารแห่งหนึ่งที่ปรากฎอยู่ในภาพถ่ายของนักเตะสวีเดน หลังเอาชนะเยอรมันตะวันตกที่สนาม อุลเลวี ในเมืองโกเตนเบิร์ก แท้จริงไม่ได้อยู่ที่สวีเดน แต่อยู่ที่นครลอสแองเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา

หรือแสงและเงาที่ตกกระทบกับนักเตะในรูปถ่าย ก็ไม่มีทางที่ดวงอาทิตย์ในฤดูร้อนของสวีเดน จะทำให้เกิดมุมและองศาในลักษณะนั้น

เช่นกันกับรูปที่นักเตะบราซิลสวมรองเท้าบู๊ต ก็เป็นแฟชั่นที่ล้ำสมัยเกินไปสำหรับในบ้านเกิดของเขา ไปจนถึงตั้งข้อสังเกตุว่าสวีเดนไม่น่าจะร่ำรวยถึงขนาดเป็นเจ้าภาพจัดฟุตบอลโลกได้

ทว่า ข้อสงสัยของเขาก็ถูกต่อต้านจากหลายฝ่าย โดยเฉพาะนักเตะทีมชาติสวีเดนชุดรองแชมป์โลก ที่ยืนยันว่าการแข่งขันในครั้งนั้นเกิดขึ้นจริงอย่างแน่นอน

“พวกนั้นบอกเหรอว่าฟุตบอลโลก 1958 ไม่ได้แข่งขันกันจริง? นี่ผมจะบอกให้นะ ทั้งหมดที่ผมพูดได้คือ ‘ผมไม่เข้าใจ’” คอร์เร่ แฮมริน อดีตแข้งสวีเดนที่ทำประตูสุดสวยในเกมรอบรองชนะเลิศกับเยอรมันตะวันตกกล่าว

“อะไรที่พวกนี้ตั้งสมมุติฐานดูจะเพี้ยนหนัก ผมอยู่ที่นั่นในวันนั้น นั่นคือสาเหตุที่ว่าทำไมผมจึงไม่เข้าใจว่าทำพวกเขาถึงกล้าพูดอะไรแบบนี้ออกมา เพราะนี่คือความทรงจำเรื่องฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่และมีเกียรติยศที่สุดในชีวิตของผม มันคือฟุตบอลโลก 1958 ของจริง”

แต่ถึงอย่างนั้น ก็มีคนไม่น้อยที่คล้อยตามกับทฤษฎีนี้ และมองว่าสิ่งที่ เดอ แวร์น พูดมาก็มีเหตุผล หนึ่งในนั้นคือ โอลอฟ อาร์เนลล์ ผู้นำของกลุ่ม Konspiration 58 หรือ KSP58 ที่เชื่อว่าคนทั้งโลกได้เสียท่าให้ FIFA และ CIA ไปแล้ว

“ไม่มีพยานเลย ไม่มีหลักฐานที่พิสูจน์ได้เลยว่าฟุตบอลโลกหนนั้นมันเเข่งกันจริงๆ” อาร์เนลล์ กล่าว

สถานการณ์มันยิ่งบานปลาย เมื่อผู้เชื่อในทฤษฎีว่าฟุตบอลโลก ไม่เคยเกิดขึ้นจริง ได้ส่งจดหมายขมขู่ไปยัง เลนนาร์ท โยฮันส์สัน ประธานสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป หรือยูฟ่า ในขณะนั้น เนื่องจากเชื่อว่าเขากำลังปกปิดความจริงเอาไว้

“นี่ไม่ใช่เรื่องตลก มันเป็นเรื่องร้ายเเรง มีจดหมายขู่วางระเบิด มีโทรศัพท์สายแปลกๆ โทรเข้ามา และผมอยากจะให้ตำรวจมาช่วยดูแลถึงที่บ้านของผม ผมกลัวว่าจะมีชีวิตอยู่ต่อไปอีกได้ไม่นานเสียเเล้ว” โยฮันส์สันกล่าว

“ในขณะที่เรายังมีชีวิตอยู่นี้เราต้องหาเอกสารข้อมูลเพื่อเอามาถกกันให้รู้ดำรู้แดง ไม่อย่างนั้นมันจะถูกบิดเบือนและจะถูกเชื่อตลอดไปว่าฟุตบอลโลก 1958 ไม่ได้เกิดขึ้นจริง”

และหลังจากที่สารคดีเรื่องนี้ออกฉายทางโทรทัศน์ในปี 2002 มันจะทำให้สังคมแตกออกเป็นสองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งมั่นใจอย่างมากว่าฟุตบอลโลก 1958 เกิดขึ้นจริงอย่างแน่นอน ขณะที่อีกฝ่ายหนึ่งก็เริ่มคล้อยตามในทฤษฎีของ เดอ แวร์น

ก่อนที่เรื่องจะมาเฉลยตอนท้ายเครดิตว่านี่คือ Mockunmentary หรือ สารคดีปลอม และทฎษฎี Konspiration 58 นั้นไม่มีอยู่จริง มันคือความมโนล้วน ๆ โดยไม่มีแหล่งอ้างอิงที่เป็นจริงแม้แต่น้อย

ส่วน แฮมริน และ โยฮันสันส์ ก็มีส่วนรู้เห็นกับเรื่องนี้ทั้งหมด เพียงแค่พวกเขาเล่นไปตามบทที่ถูกวางเอาไว้ ขณะที่ อาร์เนลล์ ก็เป็นแค่นักแสดงของเรื่องนี้เท่านั้น เช่นกันกับ เดอ เเวร์น ที่แท้จริงแล้วเขาไม่ใช่นักประวัติศาสตร์ แต่เป็นศิลปิน ที่แสดงได้อย่างแนบเนียน จนทำให้มันสามารถแหกตาคนทั้งประเทศ

อย่างไรก็ดี สารคดีดังกล่าว ไม่ได้สร้างขึ้นมาเล่นๆ แต่มีจุดประสงค์เพื่อทำให้ผู้ชมฉุกคิดในสิ่งที่สื่อนำเสนอ ไม่ใช่เออออห่อหมกไปทุกอย่าง โดย ลอฟสเต็ดต์ ได้แรงบันดาลใจมาจากการที่เพื่อนของเขาเชื่อในสารคดีที่บอกว่าการสังหารหมู่ชาวยิวไม่เคยเกิดขึ้นจริง

“บางคนดูไปนิดเดียวก็รู้เเล้วว่าเรื่องนี่มันปลอม แต่คนส่วนใหญ่กว่าจะรู้ความจริงก็ต้องรอถึงตอนเฉลยในท้ายเรื่อง อ้อ ยังมีอีกบางพวกนะที่ดูไปจบแล้วก็เออออห่อหมกไปเป็นวันๆ จนถึงวันที่พวกเขาไปทำงานเเล้วเพื่อนร่วมงานมาเฉลยให้ฟังก็มี” ลอฟสเต็ดต์ กล่าว

“กลุ่มสุดท้ายคือกลุ่มที่น่ากลัวที่สุด คนพวกนี้ดูแล้วก็เชื่อทันที ไม่ได้ตระหนักไตร่ตรองความจริงอะไรสักอย่าง พวกเขาหลงเชื่อทฤษฎีนี้แบบสุดหัวใจ และผมว่านี่คือเรื่องที่น่ากลัวและน่ากังวล”

ทั้งนี้ Konspiration 58 ยังถูกนำไปเป็นกรณีศึกษาของโรงเรียนในสวีเดน ในการให้ความรู้แก่เด็กๆ เรื่องการให้ความสำคัญกับการค้นคว้าหาข้อมูลต่างๆ

“Konspiration 58 เป็นทั้งสารคดีที่เกี่ยวกับฟุตบอลโลกปี 58 และในอีกโลกคู่ขนานมันคือสารคดีที่สอนให้คนดูรู้จักคิดตามและปฎิเสธสิ่งที่รับมาบ้าง” ลอฟสเต็ดต์ อธิบาย

สุดท้าย แม้ว่า สารคดี Konspiration 58 จะเป็นแค่เรื่องลวงโลก แต่มันก็ได้สร้างความตระหนักให้แก่ผู้คน ถึงอันตรายของการหลงเชื่อโดยไม่ไตร่ตรอง และยังใช้ได้ดีแม้แต่ในปัจจุบัน ที่เต็มไปด้วยข้อมูลที่ถาโถมเข้ามาอย่างมหาศาลไม่เว้นในแต่ละวัน