มิเชล ซัลกาโด้ ต้องรับบทพี่เลี้ยงจำเป็น เบ็คแฮม เพราะเป็นคนเดียวที่พูดอังกฤษได้
เดวิด เบ็คแฮม เก็บข้าวของย้ายไปอยู่กับ เรอัล มาดริด เมื่อปี 2003 หลังมีปัญหากับยอดกุนซืออย่าง เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน นั่นจึงทำให้เขาต้องยุติเส้นทางกับสโมสรในวัยเด็กอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และในยุคนั้นที่ “ราชันชุดขาว” เราก็รู้จักกันในชื่อ “กาลัคติกอส”
ถึงจะได้ชื่อว่าเป็นยอดนักเตะและมีทีเด็ดในการเล่นลูกตั้งเตะ แต่การย้ายไป สเปน ทั้งที่พูดหรือสื่อสารภาษาท้องถิ่นไม่ได้ก็เป็นเรื่องที่ยากสำหรับการปรับตัวของ เดวิด เบ็คแฮม แต่มันก็โชคดีตรงที่ว่า มิเชล ซัลกาโด้ เป็นผู้เล่นเพียงคนเดียว ณ ตอนนั้นที่พูดภาษาอังกฤษได้
“สำหรับผมแล้วมันเป็นช่วงเวลาที่ลำบากเหมือนกัน เพราะผมเหมือนเป็นพี่เลี้ยงของเขา เมื่อ วิคตอเรีย ไม่อยู่ที่นั่นและผมเองก็เป็นแค่คนเดียวที่พูดภาษาอังกฤษได้”
“เขาโทรมาหาผมทุกวัน แต่มันก็เป็นเรื่องที่ดีสำหรับผมนะ เพราะผมก็จะได้ฝึกภาษาอังกฤษไปในตัวด้วย ผมเคยทำแบบนี้มาแล้วก่อนหน้านั้นกับ แม็กก้า (สตีฟ แม็คมานามาน) ก่อนจะมาถึง เดวิด เบ็คแฮม นี่แหละ”
ต่อมาก็มีนักเตะอังกฤษค่อยๆ ย้ายมาไม่ว่าจะเป็น ไมเคิ่ล โอเว่น และ โจนาธาน วู้ดเกต แน่นอนว่า 2 คนนี้ก็อยู่ภายใต้การดูแลของ มิเชล ซัลกาโด้ เช่นกัน
สำหรับ มิเชล ซัลกาโด้ เป็นคนสเปนตั้งแต่เกิดก็จริง แต่ที่พอมีทักษะพูดและสื่อสารภาษาอังกฤษได้นั้นก็เพราะซึมซับและได้รับการสอนมาจากพี่สะใภ้ที่มาจากเมือง ยอร์ค และยังเคยใช้เวลาที่ มาร์เกต ในฐานะนักเตะแลกเปลี่ยนด้วย
การเป็นพี่เลี้ยงคอยดูแลและเป็นล่ามให้นักเตะอังกฤษที่ เรอัล มาดริด มันก็ถือเป็นการวางรากฐานให้กับ มิเชล ซัลกาโด้ เพราะหลังย้ายออกจาก เรอัล มาดริด ในปี 2009 เขาได้รับคำแนะนำจากอดีตเพื่อนร่วมทีมอย่าง อิวาน กัมโบ และ เฟร์นานโด เอียร์โร่ ให้ย้ายไปร่วมงานกับ แซม อัลลาร์ไดซ์ ที่ โบลตัน วันเดอเรอร์ส และ แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส
Picks and Pick'em is here!
More teams, more wins. Join a public league and draft instantly.