เปิดเบื้องหลัง : ทำไม เวาท์ เว็กฮอร์สท์ ฟอร์มดีกับทีมชาติมากกว่าสโมสร?

Maruak Tanniyom

July 09, 2024 · 1 min read

เปิดเบื้องหลัง : ทำไม เวาท์ เว็กฮอร์สท์ ฟอร์มดีกับทีมชาติมากกว่าสโมสร?
July 09, 2024

1 ประตูกับ 1 แอสซิสต์กับ 89 นาทีในสีเสื้อเนเธอร์แลนด์ แถมยังสร้างความปั่นป่วนให้กับแนวรับ ตุรกี ตลอดครึ่งหลังที่ถูกเปลี่ยนลงมา ทำให้ เวาท์ เว็กฮอร์สท์ กลายเป็นหนึ่งในกุญแจสำคัญที่ทำให้อัศวินสีส้มเข้าถึงรอบรองชนะเลิศในยูโร 2024 นี้

ทว่า หากมองกลับไปที่สโมสร เขาเป็นเพียงกองหน้าระดับรอง ด้วยผลงาน 7 ประตูจาก 28 นัดกับ ฮอฟเฟนไฮม์ หรือยิงไม่ได้สักประตู จาก 17 นัดในพรีเมียร์ลีก กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

อะไรคือสิ่งที่ทำให้ เว็กฮอร์สท์ กลายเป็นคนละคนยามรับใช้ทีมชาติ? ติดตามไปพร้อมกัน

เวาท์ เว็กฮอร์สท์ อาจจะไม่ใช่ศูนย์หน้าระดับพระกาฬ อย่างรุด ฟาน นิสเตลรอย หรือ มาร์โก ฟาน บาสเทน ที่ยิ่งประตูได้อย่างถล่มทลาย ทั้งในระดับสโมสร และทีมชาติ แต่สิ่งที่ทำให้เขาเข้าใกล้ ตำนานเหล่านั้น คือการเป็นสุดยอด “ซูเปอร์ซับ” ให้แก่ทีมชาติ

เพราะแม้ว่ากองหน้าวัย 31 ปีจะทำประตูได้อย่างจำกัดจำเขี่ยให้สโมสร แต่สำหรับทีมชาติ เขาคือหนึ่งในผู้เล่นที่ทำประตูได้มากที่สุดในฐานะตัวสำรอง หลังยิงได้ถึง 7 ประตู และมีเพียงแค่ ปิแอร์ ฟาน ฮอยจ์ดองค์ (10) และ คลาส แยน ฮุนเตลาร์ (8) ที่ยิงได้มากกว่าเขา

แต่ถ้าหากนับเฉพาะทัวร์นาเมนต์ระดับเมเจอร์ เขาคือเบอร์หนึ่ง หลังยิงไป 4 ประตู มากที่สุดในทำเนียบสถิติตลอดกาลของทัพอัศวินสีส้ม

นอกจากนี้ หากมองจากผลงานในสนาม เขายังมีอัตราการทำประตูต่อนาทีเฉลี่ยอยู่ที่ 108 นาที มากกว่ากองหน้าระดับตำนานฟลายอิงด์ดัตช์แมนอย่าง นิสเตลรอย (130 นาที) หรือ โรบิน ฟาน เพอร์ซี (147 นาที) เสียอีก

สถิติดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า เว็กฮอร์สท์ คือนักเตะที่ทำได้ดีในเกมใหญ่ และทำให้เขามักระเบิดฟอร์มในทัวร์นาเมนต์สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นฟุตบอลโลก หรือ ยูโร ก็ตาม

นอกจากนี้ สิ่งที่ทำให้อดีตดาวยิงแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มักได้รับโอกาสในทีมชาติอยู่บ่อยครั้ง แม้จะยิงประตูในลีกได้ไม่มากก็คือ ทัศนคติแบบมืออาชีพ เขาแทบไม่เคยรู้สึกอิดออด ทั้งที่เป็นแค่ตัวสำรอง และทุ่มเทอย่างเต็มที่เมื่อได้รับโอกาสลงสนามทุกครั้ง

“เวาท์ ผิดหวัง และพยายามอย่างเต็มที่หลายอย่างเพื่อให้ได้เป็นตัวจริง” โรนัลด์ คูมัน กุนซือของเนเธอร์แลนด์ กล่าว

“นี่เป็นความคิดที่ยอดเยี่ยมจากผู้เล่น และเขาจะเป็นการตัดสินใจครั้งสุดท้ายจากโค้ชเสมอ”

แต่สิ่งสำคัญที่สุดที่ทำให้ เว็กฮอร์สท์ ฟอร์มดียามสวมเสื้ออัศวินสีส้มคือ คู่มือการใช้งานเขาที่ โรนัลด์ คูมัน มี

ตามแทคติกของอดีตกุนซือบาร์เซโลนา คูมัน มักจะใช้กองหน้าที่ลากเลื้อยได้ดีในแดนหน้าอย่าง โคดี กักโป และ เมมฟิส เดปาย ตอนเริ่มเกม แต่ถ้าหากต้องเจอกับทีมที่ถอยลงไปรับลึก หรือต้องการประตู นั่นก็เป็นโอกาส ของ เว็กฮอร์สท์ ที่จะถูกเปลี่ยนตัวลงมา

“เขาเป็นผู้เล่นที่ต่างออกไป มันดีเลยเพราะเราจะมีวิธีการที่ต่างออกไป จากผู้เล่นที่แตกต่างกัน” คูมัน อธิบาย

เพราะด้วยรูปร่างที่สูงใหญ่ ด้วยส่วนสูงถึง 197 เซนติเมตร ทำให้เขาเป็นกองหน้าหาวิธีรับมือลำบาก แถมการที่คู่แข่ง ต้องเปลี่ยนจากการเจอตัวรุกความเร็วสูงมาเจอกองหน้าที่สูงใหญ่ ยังทำให้พวกเขาจับจังหวะได้ยาก

“เวาท์มีความดุดัน เขามักจะมีความคิดริเริ่มอยู่เสมอ และโหม่งบอลได้ดีอีกด้วย” คูมันกล่าวต่อ

ยกตัวอย่างเช่นในเกมล่าสุดที่พบกับ ตุรกี ที่ครึ่งแรก เนเธอร์แลนด์ถูกนำไปก่อน 1-0 แต่เมื่อ เว็กฮอร์สท์ ถูกส่งลงมา เขาก็กลายเป็นศูนย์กลางในการเข้าโจมตีคู่แข่ง ที่แม้อาจจะไม่มีชื่อบนสกอร์บอร์ด แต่ก็มีส่วนไม่น้อยให้ทีมได้ 2 ประตูพลิกแซงเอาชนะไปได้สำเร็จ

“เขาเป็นฝันร้ายเลยล่ะ หากต้องเจอกับเขา” นาธาน อาเก ของหลังทีมชาติเนเธอร์แลนด์ กล่าวถึงเพื่อนร่วมทีมชาติ

“เขาแข็งแกร่ง เป็นตัวน่ารำคาญในกรอบเขตโทษ และเขาก็สู้เพื่อทุกอย่าง วิ่งเพื่อทุกอย่าง เขาเป็นทรัพยากรที่ดีสำหรับเรา”

ขณะที่กัคโป เสริมว่า “เขาสูงใหญ่ เล่นลูกกลางอากาศได้ดี เขาสู้เพื่อบอลที่เข้ามาในกรอบเขตโทษทุกครั้ง”

สิ่งเหล่านี้คือเหตุผลที่ทำให้ เว็กฮอร์สท์ ถือเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่เฉิดฉายในยูโร 2024 แม้จะมีโอกาสลงสนามได้ไม่มากนัก และเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ เนเธอร์แลนด์ เข้ามาถึงรอบรองชนะเลิศในตอนนี้

ทั้งนี้ แม้ว่าในรอบรองชนะเลิศ ยังไม่แน่ชัดว่าเขาจะได้โอกาสออกสตาร์ทเป็นตัวจริงหรือไม่ แต่การผชิญหน้ากับทีมที่ขึ้นชื่อในเรื่องพละกำลังและลูกกลางอากาศอย่าง อังกฤษ ก็เชื่อว่าเราน่าจะได้เห็นเขาในสนาม นาทีใดนาทีหนึ่ง และน่าจะเป็นตัวป่วนสำหรับคู่แข่งอย่างแน่นอน

“ผมรู้ว่าจุดแข็งของผมอยู่ตรงไหน ผมรู้ว่าผมมีคุณค่าและสำคัญ และนั่นก็ได้เกิดขึ้นแล้ว” เว็กฮอร์สท์ทิ้งท้าย